สินค้า simulator

กิจกรรม

การแข่งขัน

แนะนำอุปกรณ์

ทดลองอุปกรณ์

Categories
บทความทั่วไป

NETA V 2024 พร้อมลุยรถไฟฟ้าในไทย

NETA V 2024

อีกหนึ่งรถไฟฟ้าแบรนด์ NETA Vยี่ห้อจากจีน ซึ่งมี concept ของรถยี่ห้อนี้ว่าPopularizer of Smart EV: สร้างสรรค์นวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อทุกคน ศึกรถยนต์ไฟฟ้า NETA V 2024นี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า compact แบบ ครอสโอเวอร์ขนาด 5 ที่นั่งซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนภายในรถให้เป็นพื้นที่บรรจุสัมภาระได้กว้างขวางถึง552 ลิตร ขับรถด้วยเพลาล้อหน้ามีกำลังสูงสุดที่ 95 แรงม้าแรงบิดสูงสุดที่150 นิวตันเมตร  แบตเตอรี่มีความจุถึง 38.5 กิโลวัตต์เมื่อชาร์จครบ 1 ครั้งจะสามารถวิ่งได้ระยะทาง 384 กิโลเมตรเลยทีเดียวถือว่าเป็นระยะทางที่ไม่น้อยกว่ายี่ห้อไหนเลย

NETA V 2024 รถไฟฟ้าสัญชาติจีนกับราคาสั่นสะเทือนวงการ

ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นรถไฟฟ้าแน่นอนอยู่แล้วจุดเด่นของมันก็คือการประหยัดค่าน้ำมัน โดยการชาร์จไฟเข้าตัวรถต่อครั้งคำนวณเป็ยเงินเพียงแค่ไม่กี่สิบบาท และหนึ่งในนั้นก็คือรถยี่ห้อ NETA V ชาร์จไฟฟ้าเพียงแค่ครั้งเดียวสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลถึง 384 กิโลเมตร ถ้าพูดถึงไปกลับกรุงเทพฯพัทยาแล้วล่ะก็ NETA V 2024  รุ่นนี้สามารถวิ่งไปกลับภายใน 1 วันได้อย่างสบายๆด้วยกันชัดเพียงแค่ครั้งเดียวอีกทั้งดีไซน์ภายในก็มีความมินิมอล เรียบง่ายให้ความหรูหราเป็นเบาะหนังและมีคอนโซลหน้าควบคุมที่ดูกว้างขวางโคมไฟคู่หน้าเป็นไฟระบบ LED ที่ให้ความคมชัดสูง และมีล้อแม็คอัลลอยเพิ่มความสปอร์ตด้วยฟังก์ชันที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้แต่สนนราคามาเพียง 549,000 บาทเท่านั้น

NETA V 2024

ผ่อนสบายๆกับในราคา NETA V 2024 ตารางผ่อน ที่เอื้อมไหว

มีเงินเพียง 5,000 บาทต่อเดือนก็สามารถเริ่มต้นผ่อนกับรถยนต์ Neta v รถยนต์ไฟฟ้า full option จากสัญชาตจีนที่น่าใช้ได้อย่างง่ายๆซึ่งในปี 2024 นี้มีรุ่นใหม่ล่าสุดนั่นก็คือ NETA V 2024 ที่เพิ่มฟังก์ชันต่างๆไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

โดยมีสีรถให้เลือกถึง 5 สีดังนี้

  1. Moonlight Green (ใหม่)
  2. Midnight Gray
  3. White Storm
  4. Sky Blue
  5. Sakura Pink

ขุมพลัง NETA V 2024

เปลี่ยนโฉมแบตเตอรี่แบบใหม่ด้วยลิเธียมไอออนด้วยความจุพลังงานไฟฟ้า 38.5 กิโลวัตต์มีจุดเด่นอยู่ที่ชาร์จ 1 ครั้งสามารถวิ่งได้ถึงระยะทาง 384 กิโลเมตร มอเตอร์ให้กำลังแรงสูงถึง 95 แรงม้า มีแรงบิดสูงสุดที่ 150 นิวตันเมตร สามารถเล่นอัตราความเร็วจากศูนย์ถึง 100 กิโลเมตรใช้เวลาเพียงแค่ 3.9 วินาทีซึ่งสามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดถึง 124 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

รถฟูลออฟชั่นขนาดนี้แต่สามารถเริ่มต้นใช้เงินดาวน์ที่ 15%  โดยสามารถผ่อนสูงสุดได้ถึง 84 เดือนเป็นเงินที่6,900 บาทต่อเดือน

แต่ถ้าเพิ่มเงินดาวน์ที่ 25% ผ่อนที่ 84 เดือนจะเหลือเพียงแค่5,962 บาทเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นราคาที่น่าสนใจกับรถไฟฟ้าที่ full option และมีพละกำลังที่ไม่เลวเลยทีเดียว 

และนี่ก็คืออัตราการผ่อน NETA V 2024 ตารางผ่อนคร่าวๆซึ่งเงื่อนไขของแต่ละไฟแนนซ์ ก็แตกต่างกันถ้าต้องการซื้อรถรุ่นนนี้ในราคาและเงื่อนไขที่ดีที่สุดให้ติดต่อกับเซลล์โดยตรงและต่อรองเพื่อขอรับโปรโมชั่นต่างๆพร้อมส่วนลดพร้อมของแถมได้กับโชว์รูม NETA V ตั้งแต่วันนี้เลย

มาดูภายใน NETA V 2024

ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย มาพร้อมวัสดุที่มีคุณภาพค่อนข้างดีเหมาะสมสำหรับราคา ให้ผิวสัมผัสที่ดูแพง ซึ่งมีการตกแต่งภายในแบบ full option ดังนี้

  • เบาะหนังสังเคราะห์
  • เบาะนั่งคนขับปรับ 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งด้านหลัง พนักพิงพับได้
  • ที่พักแขนด้านหน้าพร้อมที่วางแก้วน้ำ
  • ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะด้านหน้า
  • ที่บังแดดฝั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
  • กระจกมองหลังตัดแสง
  • ระบบเกียร์ไฟฟ้า
  • ระบบปรับอากาศ พร้อมระบบกรองอากาศ N95

นอกเหนือไปกว่านี้ ยังมีจอขนาด 14.6 นิ้ว เป็นจอแบบสัมผัสสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตสัญญษณ 5g รองรับการใช้งานฟังชั่นภาษาไทยและยังสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fiและ Bluetooth ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆเข้าสู่ระบบภายในรถยนต์ยังได้อย่างสะดวกสบาย

และยังมาพร้อมกับพวงมาลัยฟังก์ชัน multimedia สามารถควบคุมเครื่องเสียงภายในรถยนต์ได้โดยไม่ต้องเอื้อมมือไปปรับที่บริเวณหน้าจอ อีกทั้งยังมีช่องเสียบ USB ถึง 3 ช่องจึงสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆในรถได้หลากหลาย

มาในสวนเทคโนโลยีกันบ้าง  มาในโครงสร้างตัวถังแบบนิรภัยแบบHSS Body มาพร้อมกับระบบกระจายแรงเบรคที่ให้ความสมดุลในการจอดได้อย่างไม่ลื่นไหลยังมีระบบควบคุมการทรงตัวและระบบสตาร์ทจากจุดทางลาดชันทำให้ไม่ลดลื่นไหลอีกทั้งยังมีระบบล็อคอัตโนมัติเมื่อรถออกตัวอัตโนมัติที่สามารถเช็คลมยางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมถึงมีระบบ cruise control ที่สามารถล็อคความเร็วให้คงที่ได้ 

และสำหรับระบบความเร็วยังมีระบบคันเร่งเดียว One-Pedal ปรับระดับได้ มาด้วยการตกแต่งภายในที่มีความเรียบง่ายและหรูหรากับวัสดุที่ค่อนข้างดีและกับราคาที่สมเหตุสมผลจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับรถไฟฟ้าที่น่าสนใจในยุคนี้

มาดูที่ NETA V มือสอง น่าเล่นเพียงไหน

แม้รถยี่ห้อนี้ รุ่นนี้จะออกมาเพียงแค่ไม่กี่ปี แต่ประเทศไทยก็มีรถมือสองออกมาให้ซื้อในราคาที่เอื้อมถึงและอยู่ในสภาพพร้อมใช้เหมือนมือหนึ่งเลยทีเดียว ในการซื้อรถไฟฟ้า NETA V มือสอง นี้ก็ควรนึกถึงฟังก์ชันการใช้งานต่างๆที่เกี่ยวกับระบบแบตเตอรี่ระบบชาร์จไฟฟ้า เนื่องจากเป็นการจ่ายพลังงานสำคัญให้กับรถจะต้องไม่มีปัญหาต้องอยู่ในสภาพ 100% และตรวจดูระบบเบรคระบบขับเคลื่อนคันเร่ง และตรวจดูสภาพภายนอกดังนั้นจึงควรดูแรงมอเตอร์ของรถไฟฟ้าก็เป็นอย่างไร ก่อนจะตัดสินใจซื้อว่าอยู่ในสภาพดีหรือเปล่าและดูประวัติว่าทำไมเจ้าของรถจึงขายรถอย่างรวดเร็ว เพราะ NETA V 2024  ในไทยเพียงแค่ 1 หรือ 2 ปี แต่ก็มามีรถมือสองอยู่ในตลาดจึงควรสืบประวัติว่ารถคันนั้นเป็นมาอย่างไรทำไมถึงขายทอดตลาดก็จะทำให้ได้รับรถ NETA V มือสอง ที่มีคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม

NETA V 2024

บทสรุปรถ NETA V ดีไหม น่าใช้จริงหรือ

ต้องยอมรับกันตรงๆว่า NETA V มีขนาดกะทัดรัดจึงจุดเด่นตรงที่วิ่งในเมืองได้อย่าง คล่องตัวรวมถึง หาที่จอดรถได้อย่างสะดวกรวดเร็วเนื่องจากตัวรถที่ขนาดกะทัดรัดและยังมีระบบขับเคลื่อนที่เอื้อประโยชน์ต่อการจอด ถ้าใครเคยขับรถขนาดเล็กประเภท Yaris หรือHonda jazz ได้คล่องก็ขับ NETA V 2024ได้คล่องแคล่วเช่นกัน 

อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเชื้อเพลิงที่ประหยัดกว่าดังนั้นจึงถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับยุคนี้เป็นรถที่มีพลังงานสะอาด ที่มีอัตราเร่งความเร็วได้ไม่น่าเกลียด เพราะถ้าวิ่งในเมืองก็ไม่จำเป็นจะต้องเหยียบถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังสามารถไปต่างจังหวัดระยะทางใกล้ๆได้ 

ถ้าพูดอย่างตรงไปตรงมาแล้วรถรุ่นนี้อาจจะมีข้อเสียตรงที่ระบบช่วงล่างที่ระบบโช๊คสักเล็กน้อยถ้าซื้อรถมาแล้วไปปรับเปลี่ยนระบบโช๊คที่เป็นโช๊คที่ดีกว่าตัวเดิมก็จะทำให้รถวิ่งได้อย่างเรียบๆสบายๆ จึงขอสรุปได้ว่าเป็นรถที่สามารถขับในเมืองได้อย่างง่ายๆและถ้าจะออกต่างจังหวัดก็ไม่ไกลเกินจากพัทยาระยะทางไม่เกิน 200 กิโลเมตร

อ่านบทความอื่น ๆ >> BMW XM รถยนต์ SUV พันธุ์ดุ คันใหญ่ ผสานสองขุมพลัง

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

Categories
บทความทั่วไป

6 ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ที่มือใหม่ต้องรู้

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ สำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นคันแรกหรือรถคันต่อมา ก็คงจะคิดแล้วคิดอีกว่าจะเลือกรุ่นไหน จำดป็นจริงหรือ? มี option รถแต่ละรุ่นเป็นอย่างไร รถแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นยังไงตลอดจนดีไซน์  รวมถึงความปลอดภัยของแต่ละรุ่นว่าคุ้มครองอะไรบ้าง ที่สำคัญที่สุดเมื่อเทียบกับงบประมาณรถรุ่นไหนที่ตรงกับงบประมาณได้อย่างคุ้มค่า และเหมาะกับการเก็บเงินซื้อรถ ของแต่ละท่านจริงหรือ

รวมถึงบริการหลังการขายด้วยว่ารถแต่ละยี่ห้อนั้น มีอะไรมีบริการหลังการขายเป็นอย่างไร ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อในการประกอบการตัดสินใจที่ค้นหาข้อมูลก่อนซื้อรถคันใหม่ 

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ เทคนิคการซื้อรถใหม่ ต้องทำอะไรบ้าง

ซึ่งในวันนี้เราก็ขอแนะนำข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคันแรกหรือรถคันที่ 2 ที่ 3 ก็ควรตระหนักถึงข้อควรรู้เหล่านี้ก่อนจะซื้อรถยนต์เพื่อเป็นประโยชน์อย่างสูงสุดในการเลือกซื้อรถยนต์ให้ตรงตามการใช้งานความคุ้มค่ากับการเก็บเงินซื้อรถที่ต้องจ่ายเพราะว่ารถยนต์นั้นมีราคาสูงไม่เหมือนเสื้อผ้าที่เราสามารถซื้อได้ทุกเดือนวันนี้เราจึงมาขอทำ list รายการเทคนิคการซื้อรถใหม่ ว่าควรจะเช็ครายการอะไรเพื่อประกอบการพิจารณาซื้อรถคันใหม่

งบประมาณในการซื้อรถยนตมีเท่าไหร่

ก่อนอื่นเราจะต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าเรามีการเก็บเงินซื้อรถ เท่าไหร่ ถึงจะกำหนดงบประมาณในการซื้อรถและผ่อนรถได้ และนอกเหนือจากค่าตัวรถยนต์แต่ละคันแล้ว ก็ควรคำนึงถึงประมาณการบำรุงรักษารถด้วยว่า จะต้องใช้เงินในการบำรุงรักษาเท่าไหร่เป็นงบประมาณเท่าไหร่ เพราะการซื้อรถนั้นจะต้องมีงบประมาณในการบำรุงรักษาด้วย และยิ่งถ้าต้องผ่อนซึ่งในแต่ละเดือนก็ต้องมีการบำรุงรักษาด้วยเช่นกันดังนั้นจึงควรคิดเผื่องบประมาณในการซ่อมบำรุงเผื่อด้วยไว้ด้วยว่าเป็นอย่างไร

วัตถุประสงค์ของการใช้งานรถยนต์แต่ละประเภท

อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องพิจารณาข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์นั่นคือวัตถุประสงค์ของการใช้งานแล้วเราก็จะได้ระบุรถว่าต้องการรถประเภทไหนต่อไปก็ถึงระบุว่ารถประเภทไหนของยี่ห้ออะไรที่ตรงกับการเก็บเงินซื้อรถของแต่ละคนว่ามีกำลังทรัพย์ในการจ่ายเงินเท่าไหร่หลังจากนั้นค่อยคิดถึงในเรื่องต่อไปนั่นก็คือ option ของแต่ละรถยนต์แต่ละยี่ห้อนำมาเปรียบเทียบกันว่ามีความคุ้มค่าเหมาะสมกับราคาเพียงไหน เพื่อรู้ทันเซลล์ โน้มนาวในซึ่งรถยนต์ที่อาจไม่ตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานซึ่งรถยนต์ในไทยนั้นก็มีแบ่งเป็นหมวดหมู่อาทิเช่น

  • รถยนต์ eco car แบบ city car
  • รถยนต์เก๋งแบบซีดานสำหรับผู้บริหาร
  • รถบรรทุก
  • รถครอบครัวเอนกประสงค์

ความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคล ดีไซน์ ภาพลักษณ์ 

ต้องยอมรับกันอย่างตรงๆว่า ภาพลักษณ์ภายนอกของรถยนต์แต่ละคันมีส่วนในการตัดสินใจในการซื้อรถยนต์คันใหม่ของแต่ละท่านมากเลยทีเดียว เพราะถ้าดีไซน์ดี โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ก็จะส่งผลทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่ายขึ้ย แล้วถ้ารถยนต์คันที่มีดีไซน์ที่ชื่นชอบนั้น ใช้วัสดุที่คงทนคุ้มค่า ดูแลรักษาง่าย ก็จะยิ่งส่งผลทำให้ตัดสินใจเลือกรถคันนั้นได้ง่ายขึ้น

สิ่งอำนวยความสะดวก option เสริมต่างๆในรถยนต์

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ค่ายรถยนต์แต่ละค่ายจึงไม่ลืมนำเทคโนโลยีต่างๆมาใส่ไว้ในรถยนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็น ล้อแม็ค เซ็นเซอร์รอบคันรถ กล้องมองหน้า กล้องมองหลัง ก็จะทำให้มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ระบบกันขโมย ระบบล็อคอัตโนมัติระบบ gps 

ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เป็น option เสริมมากมายไม่ว่าเป็นไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันปรับเบาะไฟฟ้า  รวมถึง option ต่างๆเล็กๆน้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผลแบบ LED หลังคาซันรูฟ ระบบไฟฟ้าในรถยนต์

 ซึ่ง option ต่างๆเหล่านี้ก็มักจะมีในรุ่นท็อปของรถยนต์แต่ละรุ่น และถ้ารถรุ่นรองๆคันไหนมาที่มี option พวกนี้ก็จะทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ว่ารถคันไหนตรงตามวัตถุประสงค์ มีดีไซน์ที่สวยงาม วัสดุดีและมี option ที่คุ้มค่าคุ้มราคา ก็ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งในข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ ที่ควรนำประกอบในการตัดสินใจรถคัยใหม่

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์

พิจารณาเงินดาวน์ เงินผ่อนรถ ดอกเบี้ยการผ่อนรถ

ซึ่งตรงนี้ต้องดูว่า การเก็บเงินซื้อรถ ยนต์ของแต่ละท่านมีจำนวนเท่าไหร่ และควรจะวางดาวน์กี่บาท รวมถึงมีกำลังผ่อนรถต่อเดือนเป็นเป็นเงินเท่าไหร่

ใช้บริษัทไฟแนนซ์ที่ไหนมีดอกเบี้ยราคาเท่าไหร่มีประกันภัยของอะไรก็ทำให้ประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ซึ่งรถยนต์มือหนึ่งนั้นก็จะมีการผ่อน 0% พร้อมกับประกันภัยเป็นชั้น 1 เป็นของแถม หรือบางครั้งก็อาจจะพิจารณาจากการวางดาวน์สูง ผ่อนถูก หรือดาวน์น้อย ผ่อนสบายๆแต่ระยะยาว ซึ่งตรงนี้ก็ควรคำนึงถึงอัตราดอกเบี้ยที่จะตามมาด้วย

และก็ดูว่ารถยนต์แต่ละรุ่นมีราคาขายในตลาดมือสองเป็นราคาเท่าไหร่ เมื่อถึงกำหนดในการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ ก็อาจจะขายรถยนต์คันเก่า และเปลี่ยนคันใหม่ได้ราคาที่ดีขึ้นซึ่งตรงนี้ต้องดูส่วนประกอบราคากลางของรถแต่ละยี่ห้แเป็นส่วนประกอบในการเลือกซื้อ  

ที่สำคัญไปกว่านั้นควรจะดูงบประมาณการผ่อนรถหรือการวางเงินดาวน์ที่ไม่เป็นภาระหนักจนมากเกินไปจนส่งผลทำให้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

ส่วนลด ของแถม

ข้อนี้ก็ควรเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบพิจารณาเทคนิคการซื้อรถใหม่ เนื่องจากจะทำให้รู้ทันเซลล์ ว่ารถแต่ละคันนั้น จะต้องมีของแถมอะไร ที่ลูกค้าควรได้รับได้บ้าง 

รวมถึงมีส่วนลดอะไรบ้าง หรือถ้าออกรถในแคมเปญไหน แต่ละแคมเปญ ซึ่งในส่วนส่วนลด และของแถมนี้ก็มีส่วนความสำคัญไม่แพ้กับข้ออื่นเลยทีเดียว 

เพื่อจะได้เลือกซื้อกับพนักงานที่ถูกคนว่าพนักงานคนไหนมีข้อเสนอที่ดีกว่า ได้ของแถมที่ดีกว่าไม่ว่าจะเป็นของแถม option การแต่งรถเช่น เบาะหนัง ล้อแม็ค ชุดแต่งรถ รวมถึงของแถมรถประกันภัยชั้น 1อีกทั้งเป็นของแถมเล็กๆ น้อยๆ เช่น ม่านกันแดด พวงกุญแจ ตุ๊กตาและของพรีเมี่ยมรถยนต์แต่ละยี่ห้อ อีกทั้งรถบางค่ายรถก็ยังมีvoucher เติมน้ำมันเป็นมูลค่าหลายพันบาท ซึ่งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม

สรุปข้อควรระวัง

รถยนต์ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีการเสื่อมสภาพ ต้องเสียเงินดูแลบำรุงรักษา และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นดังนั้นถ้าไม่จำเป็นก็อย่าซื้อ แต่ถ้าต้องจำเป็นในการใช้รถยนต์และต้องซื้อจริงๆ ก็ต้อวพิจารณาให้รอบคอบถึงกับวัตถุประสงค์ในการใช้งานเป็นหลัก และควรมีความคุ้มค่ากับ ราคารถที่ต้องจ่ายไป ไม่ว่าจะเป็นความคงทนในการใช้งาน ความคุ้มค่าของอัตราน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ไม่ควรคิดที่จะซื้อรถยนต์เพราะความสวยความเท่ ซื้อเพื่อโชว์เพียงอย่างเดียว เพราะว่าการมีรถยนต์อยู่ในครอบครองก็หมายถึงภาระการผ่อน รวมถึงค่าดูแลและบำรุงรักษาต่อไปอีกหลายปี ดังนั้นจึงควรมีความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานมากที่สุด

อ่านบทความอื่น ๆ >> BMW XM รถยนต์ SUV พันธุ์ดุ คันใหญ่ ผสานสองขุมพลัง

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

Categories
บทความทั่วไป

ต่อภาษีรถยนต์ ต้องรู้ รถอายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพ

รถอายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพ

การตรวจสภาพรถยนต์มีความจำเป็นมากต่อการต่อภาษีรถยนต์ในแต่ละปีซึ่งควรจะรู้ว่า รถอายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพรถยนต์ก่อนที่จะไปต่อภาษีรถยนต์ได้นั่นหมายความว่าเราจะต้องเสียเวลาไปตรวจสภาพรถยนต์ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่เนื่องจากเป็นข้อบังคับของกฎหมายที่บังคับว่าจะต้องตรวจสภาพรถยนต์ก่อนต่อภาษีรถประจำปี

วันนี้เราจึงมาขออธิบายเกี่ยวถึงว่ารถรุ่นไหนมีอายุกี่ปีจะต้องตรวจสภาพก่อนเข้าต่อภาษีรถยนต์รวมถึงถ้าไม่มีเวลาไปตรวจสภาพรถยนต์จะต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะได้เข้ารับการต่อภาษีประจำปี

รถอายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพ

มารู้จักกับการ ตรวจสภาพรถยนต์ คืออะไร เตรียมพร้อมต่อภาษีรถยนต์ 

แสดงบางครั้งการต่อรถยนต์บางท่านก็ไม่รู้หรอกว่าจะต้องทำอย่างไรในการต่อภาษีเมื่อไปถึงขนส่งแล้วถึงจะรู้ว่าเจ้าต้องมาตรวจสภาพรถก่อนเนื่องจากว่ารถยนต์คันนั้นเป็นรถอายุเกิน 7 ปี จะต้องเข้ารับการตรวจสภาพให้ว่ามีความพร้อมในการใช้งานตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ รวมถึงเจ้าของรถยนต์จะได้ทราบว่ารถคันนั้นมีปัญหาอะไรบ้างที่ควรปรับปรุงแก้ไขประจำปี

ข้อบังคับเกี่ยวกับการตรวจสภาพรถยนต์นั่นก็คือรถคันนั้นจะต้องเป็นรถอายุเกิน 7 ปี

ขึ้นไปหลังจากปีที่ 7 และปีต่อๆไปจะต้องมีการตรวจสภาพรถยนต์ทุกปีเป็นประจำก่อนต่อภาษีรถยนต์ทุกครั้ง

ซึ่งการตรวจสภาพรถยนต์ในแต่ละครั้งเจ้ากับคำนวณถึงภาษีรถของแต่ละคัน อีกทั้งยังรวมถึงความคุ้มครองทางประกันภัย ซึ่งจะต้องมีข้อมูลชี้แจงเกี่ยวกับรถยนต์คันนั้นว่ามีสภาพเป็นอย่างไรพร้อมใช้หรือไม่โดยค่าใช้จ่ายในการตรวจสภาพรถยนต์นั้นก็มีอัตราค่าใช้จ่ายดังนี้

  • รถอายุเกิน 7 ปี ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
  • รถอายุเกิน 7 ปีที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท

1: เอกสารที่จะต้องเตรียมไปเมื่อตรวจสภาพรถยนต์มีอะไรบ้าง

กรมขนส่งกำหนดถึงเอกสารที่ใช้ในการตรวจสภาพรถยนต์มีเพียงอย่างเดียวนั้นก็คือใบคู่มือการจดทะเบียนรถหรือสมุดเล่มทะเบียนรถซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งสำเนาและตัวจริง

สำหรับผู้ที่ยังผ่อนชำระรถอยู่นั้นจะต้องแนบบัตรประชาชนหรือสำเนาบัตรประชาชนไปพร้อมกันเพื่อแจ้งสิทธิ์ความเป็นเจ้าของของรถยนต์คันนั้น ซึ่งการตรวจสภาพรถยนต์แล้วจึงค่อยมาทำพรบรถเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ภายในระยะเวลา 3 เดือนแต่เพื่อความสะดวกรวดเร็วบางก็สามารถทำควบคู่ไปพร้อมกันได้เลย

2: ไปตรวจสภาพรถยนต์ได้ที่ไหน

สำหรับสถานที่ที่สามารถตรวจสภาพรถเพื่อเตรียมพร้อมในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีมีอยู่ 2 ที่นั่นก็คือ

  • กรมการขนส่งทางบก โดยเจ้าของรถสามารถนำรถไปตรวจสภาพพร้อมยื่นขอต่อภาษีได้ที่กรมขนส่งเลย 
  • ถ้าไม่สะดวกมาที่ขนส่งให้ไปตรวจสภาพรถยนต์ตามอู่ตามศูนย์บริการที่มีเครื่องหมายตรอได้รับการรับรองจากกรมขนส่งว่ามีสิทธิ์การตรวจสภาพรถยนต์เพื่อต่อภาษีประจำปีก็จะสามารถนำใบเอกสารที่ได้รับจากศูนย์บริการแต่ละที่มาต่อภาษีประจำปีและยื่นทำพ.ร.บได้
  • แต่มีเงื่อนไขตรงที่ท่ารถยนต์คันไหนมีการขาดการต่อภาษี 1 ปี ขึ้นไปจะต้องนำรถยนต์คันดังกล่าว มาตรวจสภาพที่กรมขนส่งการขนส่งด้วยตนเองก่อนที่จะเข้ารับการต่อภาษีประจำปี และในกรณีของมีการทำสีรถใหม่ รวมถึงหมายเลขตัวถังรถเลือนลางจะต้องเข้ารับการตรวจสภาพที่กรมการขนส่ง ก่อนตอนก่อนต่อภาษีเพื่อการเพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นเจ้าของรถและเป็นรถคันที่ต้องการต่อทะเบียน

3: ตรอ. คืออะไร จำเป็นต่อการตรวจสภาพรถยนต์ด้วยหรือ

ตรอ. ย่อมาจากศูนย์ตรวจสภาพรถยนต์เอกชน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการต่อภาษีรถยนต์ กับศูนย์ตรวจสภาพรถยนต์เอกชนที่ได้รับการรับรองจากกรมขนส่งทางบก ซึ่งสามารถเข้าตรวจสภาพรถยนต์ที่นี่ แทนที่จะไปกรมขนส่งเพื่อลดทอนคิวผู้ให้บริการทีมีมาก จึงถือว่าเป็นหนึ่งทางเลือกที่ให้ความสะดวกรวดเร็วของการเข้าตรวจสภาพรถยนต์จากศูนย์ตรอ. ที่ดำเนินการโดยเอกชนโดยมีอัตราการจ่ายเงินเพิ่มเป็นค่าบริการประมาณ 200-300 บาทต่อคัน ซึ่งถือว่าเป็นการประหยัดเวลาในการเข้าตรวจสภาพรถยนต์พร้อมต่อภาษีรถยนต์ภายในจุดเดียวกันโดยไม่จำเป็นจะต้องไปติดต่อที่ขนส่งด้วยตนเอง

รถอายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพ

4: รถอายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพมาดูกันว่าจะต้องตรวจอะไรบ้าง

สิ่งที่คนขับรถทุกคนควรจะรู้นั่นก็คือ การเข้ารับการตรวจสภาพรถยนต์เพื่อต่อภาษีประจำปีและรายละเอียดว่า ในการตรวจสภาพรถยนต์นั้นจะต้องตรวจที่จุดไหนกันบ้างของรรถซึ่งเป็นหนึ่งขั้นตอน ที่ไม่ควรพลาดก่อนการทำพ.ร.บรถยนต์ก็ต้องมาดูว่าความพร้อมของรถนั้น มีสภาพสมบูรณ์เพียงใด ทั้งถ้าพบว่ามี06fwsiที่เป็นจุดบกพร่องก็จะซ่อมแซมก่อนใช้งานและก่อนเข้ารับการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีซึ่งจุดที่ตรวจสอบสภาพรถยนต์เพื่อทำการต่อภาษีและพ.ร.บมีดังนี้

  • ตรวจสอบข้อมูลรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นลักษณะรถยนต์หมายเลขทะเบียนรถแผ่นป้ายทะเบียนและตัวเลขถังรถว่ามีความถูกต้องต่อเล่มกับเล่มทะเบียนหรือไม่
  • ตรวจสอบสภาพรถว่าสภาพรถตัวถังเป็นอย่างไรมีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่อุปกรณ์ความปลอดภัยนั้นอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ รวมถึงระบบพวงมาลัยสามารถหมุนซ้ายหมุนขวาได้ลึกคล่องแคล่วหรือไม่ระบบไฟเลี้ยวก้านปัดน้ำฝนสภาพการใช้งานทั่วไป
  • ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยวและระบบเบรคว่ามียังสามารถใช้งานได้ดีและมีความเที่ยงตรงอยู่ในระยะกำหนดที่กรมทางขนส่งกำหนด
  • ตรวจสอบความเข้มของไฟส่องหน้าและจุดตกกระทบของไฟว่ามีมุมองศาเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาขึ้นบนเป็นอย่างไรต้องถึงตรวจเข้มความสว่างของไฟว่ามีความสว่างเพียงพอต่อการให้สัญญาณไฟเหลี่ยมค่ำคืนหรือไม่
  • ตรวจสอบระบบไอเสียว่ามีค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC)นั่นก็คือถ้ารถคันไหนมีการปล่อยควันขาวออกมานั่นแสดงหมายความว่าระบบการเผาไหม้ของเครื่องยนต์มีปัญหา 
  • ตรวจควันดำสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล
  • ตรวจค่าระดับความดังของเครื่องยนต์จะต้องมีไม่เกิน 100 เดซิเบล
  • หากเป็นรถที่มีการติดตั้งเชื้อเพลิงด้วยแก๊สจะต้องมีการตรวจสอบระบบข้อต่อระบบส่งแก๊ส และระบบเผาไหม้ว่ามีความสมบูรณ์หรือไม่และถังแก๊สจะต้องมีอายุไม่เกิน 10 ปี

สรุปตรอ. คืออะไร ทำไมต้องทำ 

ถ้าจะกล่าวถึงความหมายของตรอโดยตรงนั่นก็คือ การตรวจสภาพรถก่อนจะเข้ารับการต่อภาษีแต่จะพูดถึงสถานที่นั่นก็คือ ศูนย์การตรวจสภาพรถเอกชนที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งเพื่อตรวจสภาพรถให้อยู่ในความพร้อมก่อนที่จะต่อภาษีและทางพ.ร.บและข้อมูลดังกล่าวข้างต้นที่พูดมาก็เป็นสิ่งที่เจ้าของรถทุกท่านควรรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์

 และนี่ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสภาพรถเบื้องต้นที่ผู้ขับรถทุกคนจะต้องรู้เกี่ยวกับการต่อภาษีและทำพรบซึ่งการต่อภาษีรถยนต์และทำพรบนั้นจะได้รับความคุ้มครองผู้ประสบภัยในการขับขี่ด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพราะอุบัติเหตุก็เกิดได้ทุกเมื่อดังนั้นควรประพฤติตามกฎจราจรและมีน้ำใจเอื้อเฟื้อในการขับรถยนต์

อ่านบทความอื่น ๆ >> BMW XM รถยนต์ SUV พันธุ์ดุ คันใหญ่ ผสานสองขุมพลัง

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

Categories
บทความทั่วไป

เปรียบเทียบ ร้านอะไหล่รถยนต์ มือหนึ่ง มือสอง อะไหล่แต่งอันไหนคุ้มกว่า

ร้านอะไหล่รถยนต์

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่ออายุการใช้งานของรถเราก็คืออะไหล่รถยนต์นั่นเอง อะไหล่รถยนต์ที่ดีมีคุณภาพจะช่วยให้รถของคุณใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งในปัจจุบันมี ร้านอะไหล่รถยนต์ ใกล้ฉันให้เลือกมากมาย ทั้งแหล่งขายอะไหล่รถยนต์มือหนึ่ง อะไหล่รถยนต์มือสอง และอะไหล่รถยนต์แต่ง แต่ละประเภทก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป การเลือกซื้ออะไหล่รถยนต์จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อจะได้อะไหล่ที่มีคุณภาพและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

ร้านอะไหล่รถยนต์ มือหนึ่ง

ร้านอะไหล่รถยนต์ ใกล้ฉันมือหนึ่งเป็นร้านที่จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ที่ได้มาตรฐาน นำเข้าจากผู้ผลิตรถยนต์โดยตรง อะไหล่แท้นั้นมีคุณภาพสูง ไว้ใจได้ มีความทนทาน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงเช่นกัน

ข้อดีของอะไหล่รถยนต์มือหนึ่ง

  • คุณภาพสูง
  • อายุการใช้งานยาวนาน
  • ทนทาน
  • รับประกันคุณภาพ

ข้อเสียของอะไหล่รถยนต์มือหนึ่ง

  • ราคาสูง

ร้านอะไหล่รถยนต์มือสอง

ร้านอะไหล่รถยนต์มือสองเป็นร้านที่จำหน่ายอะไหล่รถยนต์แบรนด์ดังที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว อะไหล่รถยนต์มือสองนั้นมักจะมีราคาที่ถูกกว่าอะไหล่รถยนต์มือหนึ่ง แต่คุณภาพและอายุการใช้งานอาจไม่เท่ากัน ของในร้านอะไหล่รถยนต์มือสองขึ้นอยู่กับสภาพของอะไหล่รถยนต์มือสองนั้นๆ

ข้อดีของอะไหล่รถยนต์มือสอง

  • ราคาไม่แพง
  • คุณภาพดี
  • ใช้งานได้ยาวนาน

ข้อเสียของอะไหล่รถยนต์มือสอง

  • สภาพอะไหล่รถยนต์อาจไม่สมบูรณ์
  • อะไหล่รถยนต์อาจมีการชำรุดเสียหาย
  • ไม่รับประกันคุณภาพ
ร้านอะไหล่รถยนต์

ร้านอะไหล่รถยนต์แต่ง

ร้านอะไหล่รถยนต์แต่งเป็นร้านที่จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือความสวยงามให้กับรถของคุณ อะไหล่รถยนต์แต่งนั้นมักจะมีราคาแพงกว่าอะไหล่รถยนต์ทั่วไป แต่ก็มีความสวยงามและโดดเด่นกว่า

ข้อดีของอะไหล่รถยนต์แต่ง

  • เพิ่มสมรรถนะหรือความสวยงามให้กับรถยนต์
  • เลือกอะไหล่รถยนต์ได้ตามความต้องการ

ข้อเสียของอะไหล่รถยนต์แต่ง

  • ราคาสูง
  • อาจทำให้รถด้อยสมรรถนะลง
  • อาจส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์

อันไหนคุ้มกว่ากัน

แล้วร้านอะไหล่รถยนต์ ใกล้ฉันแบบไหนล่ะที่คุ้มค่ากว่ากัน? คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณของคุณ ความต้องการในการใช้งานรถของคุณ และประเภทของอะไหล่รถยนต์ที่ต้องการ

  • ถ้าคุณมีงบประมาณจำกัดและต้องการอะไหล่รถยนต์ที่มีคุณภาพดี ร้านอะไหล่รถยนต์มือสองอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ แต่คุณควรตรวจสอบสภาพของอะไหล่รถยนต์มือสองให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อของในร้านอะไหล่รถยนต์มือสอง
  • ถ้าคุณมีงบประมาณมากและต้องการอะไหล่รถยนต์ที่มีคุณภาพสูงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แนะนำร้านแหล่งขายอะไหล่รถยนต์มือหนึ่งอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณมากกว่ามือสอง
  • ส่วนถ้าคุณเป็นสายแต่งรถและต้องการอะไหล่รถยนต์ที่เพิ่มประสิทธิภาพหรือความสวยงามให้กับรถของคุณ อะไหล่รถยนต์แต่งอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ

ท้ายที่สุดแล้วการตัดสินใจเลือกซื้อของแหล่งขายอะไหล่รถยนต์นั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและความจำเป็นของคุณเอง อย่าลืมศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบราคาจากร้านอะไหล่รถยนต์ ใกล้ฉันหลายๆแหล่งขายอะไหล่รถยนต์ ก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้ออะไหล่รถยนต์ได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมกับความต้องการ

อ่านบทความอื่น ๆ >> BMW XM รถยนต์ SUV พันธุ์ดุ คันใหญ่ ผสานสองขุมพลัง

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

Categories
บทความทั่วไป

7 รถยนต์ไฟฟ้า เปิดตัวรถใหม่ที่น่าจับตามองในปี 2024 นี้

รถยนต์ไฟฟ้า

กระแส รถยนต์ไฟฟ้า กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายต่างเร่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น โดยในปี 2024 นี้ ก็มีรถยนต์ไฟฟ้าเปิดตัวรถใหม่ 2024 ที่น่าสนใจเปิดตัวออกมามากมายให้น่ารีวิวรถใหม่และเปรียบเทียบรถ หลายรุ่นมีจุดเด่นที่น่าสนใจและน่าจับตามองเป็นพิเศษ

รถยนต์ไฟฟ้า

1. Tesla Cybertruck

Tesla Cybertruck เป็นรถกระบะไฟฟ้าที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2019 แต่ยังไม่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีปัญหาในการผลิต แต่ล่าสุดยี่ห้อ Tesla ได้ประกาศว่า Cybertruck จะพร้อมเปิดตัวรถใหม่ 2024 นี้ มาพร้อมตัวถังที่ทำจากสเตนเลสสตีลหนา ทนทานต่อการชน มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 800 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 541 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 

รถยนต์ไฟฟ้า

2. Ford F-150 Lightning

Ford F-150 Lightning เป็นรถกระบะไฟฟ้าที่เปิดตัวในปี 2022 จากการเปรียบเทียบรถกับรุ่นอื่น ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก โดย F-150 Lightning มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 563 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 514 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 482 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง รถใหม่ราคา 55,974 เหรียญ (1,950,000 บาท)

รถยนต์ไฟฟ้า

3. Rivian R1T

Rivian R1T เป็นรถกระบะไฟฟ้าที่เปิดตัวรีวิวรถใหม่ในปี 2021 และได้รับรางวัลมากมาย โดย R1T มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัวที่ให้กำลังสูงสุด 754 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 482 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

รถยนต์ไฟฟ้า

4. GMC Hummer EV

GMC Hummer EV เป็นรถกระบะไฟฟ้าที่เปิดตัวในปี 2022 และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก โดย Hummer EV มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดุดัน มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัวที่ให้กำลังสูงสุด 1,000 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 613 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง รถใหม่ราคา 106,945 เหรียญ ประมาณ 3,743,075 บาท

5. Chevrolet Silverado EV

Chevrolet Silverado EV เป็นรถกระบะไฟฟ้าที่เปิดตัวในปี 2023 และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคเป็นอย่างมากในการรีวิวรถใหม่ โดย Silverado EV มาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัย มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 663 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 640 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง เป็นรถที่วิ่งได้ไกลมากเมื่อเปรียบเทียบรถรุ่นอื่นๆ

6. Audi Q4 e-tron

Audi Q4 e-tron เป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่เปิดตัวในปี 2021 แต่ยังขายดี และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากใช้งาน โดย Q4 e-tron มาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัย มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 302 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 520 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง รถใหม่ราคา 41,900 ยูโร (ราว 1,566,000 บาท)

7. Volkswagen ID.4

Volkswagen ID.4 เป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่เปิดตัวในปี 2021 และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดย ID.4 มาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัย มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 201 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 519 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง รถใหม่ราคา $47,000 หรือ 1.62 ล้านบาท

จุดเด่นที่น่าสนใจของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ในปี 2024

นอกจากดีไซน์ที่ทันสมัย ขุมพลังที่แรง และระยะทางในการวิ่งที่ไกลในการเปรียบเทียบรถแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าเปิดตัวรถใหม่ 2024 ยังมีจุดเด่นที่น่ารีวิวรถใหม่อีกมากมาย เช่น

  • เทคโนโลยีล้ำสมัย รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย เช่น ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติ ระบบจอแสดงผลแบบ Head-Up Display ระบบชาร์จไฟแบบไร้สาย เป็นต้น
  • ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด มีระบบความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว เป็นต้น
  • ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูง เป็นต้น

อ่านบทความอื่น ๆ >> BMW XM รถยนต์ SUV พันธุ์ดุ คันใหญ่ ผสานสองขุมพลัง

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

Categories
บทความทั่วไป

ทำความรู้จักกับ รถโฟล์คลิฟท์ เพื่อเป็นแนะทางในการเลือกมาใช้งาน

รถโฟล์คลิฟท์

รถยก คืออะไร? รถโฟล์คลิฟท์ เป็นเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากในหลาย ๆ อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมค้าปลีก อุตสาหกรรมขนส่ง คลังสินค้า เป็นต้น รถ Forklift มีหน้าที่หลักในการยก เคลื่อนย้าย สินค้าในระยะทางสั้น ๆ ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของการใช้ รถโฟล์คลิฟท์

ประโยชน์ของรถยก คืออะไร? ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และประหยัดเวลาและแรงงาน ดังนี้

รถโฟล์คลิฟท์

เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นรถยก คืออะไร? ประหยัดเวลาและแรงงาน ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะให้คนงานยกสินค้าหนัก ๆ ด้วยมือ รถ Forklift สามารถยกสินค้าหนัก ๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

รถโฟล์คลิฟท์ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงาน เช่น การยกของหนัก การเคลื่อนย้ายสินค้าในที่แคบ เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น งาของรถ Forklift สามารถปรับระดับความสูงและมุมเอียงได้ตามต้องการ ช่วยให้สามารถยกสินค้าที่มีขนาดและน้ำหนักแตกต่างกันได้โดยไม่เกิดอันตราย

การเลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์

การเลือกซื้อรถยก คืออะไรที่ควรตัดสินใจให้เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

พิจารณาประเภทของรถโฟล์คลิฟท์

รถโฟล์คลิฟท์มีให้เลือกใช้งานหลายประเภท แต่ละประเภทมีจุดเด่นและการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • รถยกอเนกประสงค์แบบยืนขับ (Stand-up Forklift) เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่แคบหรือพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง รถ Forklift ประเภทนี้ผู้ปฏิบัติงานจะยืนขับ ทำให้มีทัศนวิสัยที่ดีในการมองเห็นสิ่งรอบข้าง
  • รถยกอเนกประสงค์แบบนั่งขับ (Sit-down Forklift) เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่กว้างหรือพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางน้อย โฟล์คลิฟท์ประเภทนี้ผู้ปฏิบัติงานจะนั่งขับ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถควบคุมรถได้ง่ายและทำงานได้นานขึ้น
  • รถยกอเนกประสงค์แบบสูง (Reach Truck) เหมาะสำหรับการใช้งานในการยกสินค้าสูง โฟล์คลิฟท์ประเภทนี้สามารถยกสินค้าได้สูงถึง 12 เมตรขึ้นไป
  • รถยกอเนกประสงค์แบบบันได (Stair Climber) เหมาะสำหรับการใช้งานในการยกสินค้าขึ้นบันได รถโฟล์คลิฟท์ประเภทนี้สามารถยกสินค้าได้สูงถึง 3 เมตร
  • โฟล์คลิฟท์แบบขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (Electric Forklift) เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่จำกัดหรือพื้นที่ที่มีมลพิษสูง โฟล์คลิฟท์ประเภทนี้ไม่ปล่อยมลพิษและไม่ก่อให้เกิดเสียงรบกวน

พิจารณาน้ำหนักบรรทุกที่ต้องการ

น้ำหนักบรรทุกที่ต้องการเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อ โดยทั่วไปแล้วรถโฟล์คลิฟท์จะมีน้ำหนักบรรทุกตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของรถยก หากต้องการยกสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ควรเลือกรถยกที่มีน้ำหนักบรรทุกสูง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการยกน้ำหนักเกินพิกัด

พิจารณางบประมาณที่มีอยู่

ราคาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และประเภทของรถ การเลือกรถโฟล์คลิฟท์ที่มีราคาเหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย 

การซื้อรถโฟล์คลิฟท์มือสองเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีงบจำกัด การซื้อรถโฟล์คลิฟท์มือสองสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่าการซื้อรถใหม่ถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว แต่ควรศึกษาข้อมูลและตรวจสอบสภาพรถโฟล์คลิฟท์มือสองอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อโฟล์คลิฟท์มือสอง เพื่อให้ได้รถที่มีคุณภาพและปลอดภัย

อ่านบทความอื่น ๆ >> BMW XM รถยนต์ SUV พันธุ์ดุ คันใหญ่ ผสานสองขุมพลัง

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

Categories
บทความทั่วไป

ทำสีรถยนต์ ราคา ประมาณเท่าไหร่ และเลือกอู่สีทำสีอย่างไรให้คุ้มค่า

ทำสีรถยนต์ ราคา

รถคันโปรดของคุณเริ่มมีรอยแตกบ้างแล้วใช่ไหม? นั้นอาจทำให้ดูเก่าโทรมและไม่น่าขับเท่าไหร่ การทำสีรถยนต์ใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการเพิ่มความสดใสให้กับรถคันโปรดของผู้ขับขี่  ดังนั้นคุณจึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกอู่สีทำสี เพื่อให้ได้สีที่มีคุณภาพและราคาที่คุ้มค่าที่สุด ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราคาทำสีรถยนต์ แนะนำร้านทำสี 2024 การดูแลสีรถยนต์ ทำสีรถยนต์ ราคา เครื่องขัดสีรถยนต์ และเคลือบสีรถยนต์แบบไหนดี ไปติดตามกันได้เลย

ราคาทำสีรถยนต์

ทำสีรถยนต์ ราคา แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทำให้การคาดคะเนงบประมาณสำหรับการทำสีรถยนต์เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ นี่คือข้อมูลเกี่ยวกับราคาทำสีรถยนต์ แบ่งออกเป็นข้อๆ:

1. ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทำสีรถยนต์

  • ประเภทของสีรถยนต์: สีที่มีคุณภาพสูงหรือสีพิเศษมักจะมีราคาสูงกว่าสีปกติ
  • ขนาดของรถยนต์: รถขนาดใหญ่จะต้องใช้สีและเวลาในการทำมากกว่า ทำให้ราคาสูงขึ้น
  • สภาพของรถยนต์: รถที่มีรอยขีดข่วนหรือความเสียหายมากอาจต้องการการทำสีและซ่อมแซมเพิ่มเติม
  • คุณภาพของอู่สี: อู่ที่มีชื่อเสียงและใช้เทคโนโลยีทันสมัยมักมีราคาที่สูงกว่า

2. ทำสีรถยนต์ ราคาทั่วไป

  • รถเก๋งขนาดเล็ก: ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 8,000 บาท
  • รถขนาดใหญ่: ราคาอาจสูงถึง 50,000 บาทหรือมากกว่า

3. ทำสีรถยนต์ ราคาทั้งคัน

  • รถเก๋งขนาดเล็ก: ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาท
  • รถขนาดใหญ่: ราคาอาจสูงถึง 100,000 บาทหรือมากกว่า

4. ทำสีรถยนต์ ราคาเฉพาะจุด

  • รถเก๋งขนาดเล็ก: ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1,500 บาท
  • รถขนาดใหญ่: ราคาอาจสูงถึง 5,000 บาทหรือมากกว่า
ทำสีรถยนต์ ราคา

เลือกอู่สีทำสีอย่างไรให้คุ้มค่า

การเลือกแนะนำร้านทำสี 2024  นั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้จักเคลือบสีรถยนต์แบบไหนดีและเคล็ดลับที่เหมาะสมในการเลือกอู่สีรถยนต์ที่ดี โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีการทำสียานพาหนะได้พัฒนาไปมาก การสถานที่ทำสีที่ใช้เครื่องขัดสีรถยนต์ที่ทันสมัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้น

1. ค้นหาและแนะนำร้านทำสี 2024

แนะนำร้านทำสี 2024 มีให้บริการมากมายหลายที่ คุณควรเริ่มต้นด้วยการค้นหาข้อมูลแนะนำร้านทำสี 2024 บนอินเทอร์เน็ต อ่านรีวิวจากลูกค้าที่เคยใช้บริการ หรือแม้กระทั่งขอคำแนะนำจากเพื่อนฝูงที่มีประสบการณ์การดูแลสีรถยนต์ อย่าลืมตรวจสอบว่าร้านทำสีมีความเชี่ยวชาญในการทำสีรถประเภทไหน และมีบริการที่ครอบคลุมถึงความต้องการของคุณหรือไม่

2. ตรวจสอบเครื่องขัดสีรถยนต์

เครื่องขัดสีรถยนต์ที่ทันสมัยสามารถช่วยให้ผลลัพธ์ของการทำสีดูเป็นธรรมชาติและมีคุณภาพสูง อู่ที่มีเครื่องขัดสีรถยนต์ที่ดีจะช่วยให้การทำสีรถของคุณมีความแม่นยำ ลดรอยขีดข่วน และให้ผิวสีที่เรียบเนียน ควรสอบถามอู่ว่าพวกเขาใช้เครื่องขัดสีแบบไหน และมีประสบการณ์ในการใช้งานอย่างไร

3. พิจารณาคุณภาพของสีและวัสดุ

คุณภาพของสีและอุปกรณ์การทำที่ใช้ในการทำสีรถเป็นสิ่งสำคัญ แบรนด์สีที่มีคุณภาพดีไม่เพียงแต่ช่วยให้รถของคุณดูสวยงาม แต่ยังช่วยป้องกันสนิมและความเสียหายจากสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น ควรสอบถามอู่เกี่ยวกับประเภทของสีที่พวกเขาใช้ และวิธีการดูแลรักษา

4. การเลือกเคลือบสีรถยนต์

เมื่อพูดถึงเคลือบสีรถยนต์แบบไหนดี? มีหลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นเคลือบแบบแวกซ์, เคลือบเซรามิก, หรือเคลือบแบบกราฟีน คุณควรถามร้านทำสีว่าเคลือบสีรถยนต์แบบไหนดี เพื่อพิจารณาข้อดีและข้อเสียของแต่ละประเภท เพื่อเลือกแบบที่เหมาะสมกับสภาพรถและการใช้งานของคุณ

5. ตรวจสอบราคาและการรับประกัน

ราคาที่คุ้มค่าไม่ได้หมายถึงราคาที่ถูกที่สุดเสมอไป แต่ควรเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับคุณภาพงานที่ได้รับ นอกจากนี้ การที่อู่มีการรับประกันการดูแลสีรถยนต์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าหากมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานของพวกเขา คุณจะได้รับการดูแลสีรถยนต์และแก้ไขอย่างเหมาะสม

อ่านบทความอื่น ๆ >> BMW XM รถยนต์ SUV พันธุ์ดุ คันใหญ่ ผสานสองขุมพลัง

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

Categories
บทความทั่วไป

ความนิยมของ Kawasaki ในวงการรถจักรยานยนต์ทั่วโลกปี 2024 !

Kawasaki

หนึ่งในผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกก็คือ Kawasaki 2024 แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1949 จากความหลงใหลในความเร็วและความท้าทายของสองพี่น้องตระกูล คาวาซากิ สู่การพัฒนารถจักรยานยนต์ที่ทรงพลัง ล้ำสมัย และเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะ  แล้วอะไรที่ทำให้ Kawasaki ได้รับความนิยมไปทั่วโลก? Kawasaki ราคาเท่าไหร่ Kawasaki Z400RS Kawasaki มือสอง น่าใช้ไหม มาหาคำตอบกันได้ในบทความนี้ครับ

อะไรที่ทำให้ Kawasaki ได้รับความนิยมไปทั่วโลก?

วันนี้ Kawasaki ยังคงยืนหยัดเป็นผู้นำในวงการรถจักรยานยนต์โลก ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้

  1. สมรรถนะที่เหนือชั้น: คาวาซากิให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้อย่างสม่ำเสมอ เช่น เทคโนโลยีเครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ เทคโนโลยีระบบกันสะเทือนไฟฟ้า และเทคโนโลยีระบบเบรก ABS สิ่งนี้ทำให้รถจักรยานยนต์ของ Kawasaki โดดเด่นในด้านสมรรถนะที่เหนือชั้น ตอบสนองได้อย่างทันใจ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและท้าทาย
  2. ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว: Kawasaki 2024 ให้ความสำคัญกับการออกแบบรถจักรยานยนต์ที่ล้ำสมัยและสวยงาม โดยคอนเซ็ปต์ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งและรถคลาสสิก สิ่งนี้ทำให้รถจักรยานยนต์ของ Kawasaki มีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและสะดุดตา สะท้อนถึงความหลงใหลในความเร็วและนวัตกรรมของแบรนด์
  3. Kawasaki ราคาที่เข้าถึงได้: คาวาซากินำเสนอรถจักรยานยนต์ที่หลากหลายรุ่น ตอบโจทย์ทุกระดับราคา ตั้งแต่ Kawasaki ราคาเริ่มต้นจนถึงรุ่นระดับสูง สิ่งนี้ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกซื้อรถจักรยานยนต์ของ Kawasaki ราคาได้ตามความต้องการและงบประมาณ
  4. ชื่อเสียงในวงการมอเตอร์สปอร์ต: คาวาซากิประสบความสำเร็จอย่างสูงในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก โดยคว้าแชมป์ในรายการต่าง ๆ มากมาย เช่น MotoGP World Championship, World Superbike Championship และ World Endurance Championship สิ่งนี้ทำให้รถจักรยานยนต์ของ Kawasaki ได้รับการยอมรับจากนักแข่งและแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก
  5. เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ครอบคลุม: Kawasaki 2024 มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วโลก ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของ Kawasaki ได้สะดวก สิ่งนี้ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ดีเยี่ยมจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการฝึกอบรมจาก Kawasaki
Kawasaki

Kawasaki Z400RS : ตัวแทนของความนิยมของ Kawasaki

Kawasaki Z400RS เป็นรถจักรยานยนต์สไตล์เน็คเก็ตคลาสสิกที่เปิดตัวใหม่ในปี 2023 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น Kawasaki Z1 ที่เป็นตำนาน ซึ่งKawasaki Z400RS ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะที่เหนือชั้น และราคาที่เข้าถึงได้

ในประเทศไทยKawasaki Z400RS ออกรถยอดจัดเริ่มต้นที่ 186,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในคลาสเดียวกัน Z400RS จึงเป็นตัวแทนของความนิยมของ Kawasaki2024 ที่ยังคงครองใจผู้ขับขี่ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

Kawasakiมือสอง : ยังเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า

สำหรับใครที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์สักคัน แต่มีงบประมาณจำกัด Kawasakiมือสอง ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยKawasaki มือสองเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับนักบิดที่ต้องการรถจักรยานยนต์คุณภาพดีในราคาที่ประหยัด สามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการและงบประมาณ แต่ควรตรวจสอบสภาพรถ Kawasakiมือสองให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ

อ่านบทความอื่น ๆ >> BMW XM รถยนต์ SUV พันธุ์ดุ คันใหญ่ ผสานสองขุมพลัง

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

Categories
บทความทั่วไป

มาสด้า bt50 กับการออกแบบระบบความปลอดภัยสุดไฮเทค

มาสด้า bt50

รถกระบะเป็นรถที่ตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองไทย เพราะ ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการขับขี่ในเมือง เดินทางไกล หรือการใช้งานบรรทุกสิ่งของหนัก ความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ALL-NEW MAZDA BT50 เป็นรถกระบะที่มีระบบความปลอดภัยครบครัน เหนือกว่ามาตรฐานความปลอดภัยของรถกระบะทั่วไป คอนเซ็ปต์ระบบความปลอดภัยของ Mazda BT50 ใหม่นั้นเป็นอย่างไร ดียังไง เรามาหาคำตอบกัน

มาสด้า bt50

ความปลอดภัยเชิงป้องกัน

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) มีหน้าที่ป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้น โดยทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ในรถ เช่น ระบบเบรก ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบเตือนการชน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เป็นต้น

Mazda BT50 Pro ใหม่ติดตั้งระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันที่ทันสมัย ดังนี้

  • ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อคเมื่อเบรกกะทันหัน
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD ช่วยกระจายแรงเบรกไปยังล้อที่เหมาะสม ช่วยให้รถทรงตัวได้ดีขณะเบรก
  • ระบบช่วยเบรก BA ช่วยเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่ Mazda BT50 Pro เหยียบเบรกอย่างรุนแรง
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว DSC ช่วยควบคุมการทรงตัวของรถให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW เตือนผู้ขับขี่หากมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุชนด้านหน้า
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB เบรกให้อัตโนมัติหากผู้ขับขี่ Mazda BT50 2024 ไม่ตอบสนองต่อการเตือนการชนด้านหน้า
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC ช่วยควบคุมความเร็วของรถ มาสด้า bt50ให้คงที่ตามที่ตั้งไว้
  • ระบบเตือนการออกนอกเลน LDWS เตือนผู้ขับขี่ Mazda BT50 Pro หากรถเริ่มออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
  • ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน LKA ช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน BSM เตือนผู้ขับขี่ ALL-NEW MAZDA BT50 หากมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA เตือนผู้ขับขี่ Mazda BT50 Pro หากมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันเหล่านี้จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นได้ หรือหากเกิดการชนขึ้น ก็จะช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้

ความปลอดภัยเชิงปกป้อง

ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive Safety) มีหน้าที่ปกป้องผู้ขับขี่มาสด้า บีที50 และผู้โดยสารหากเกิดอุบัติเหตุ โดยทำงานร่วมกับโครงสร้างตัวถัง ระบบเข็มขัดนิรภัย และถุงลมนิรภัย

Mazda BT50 ใหม่ติดตั้งระบบความปลอดภัยเชิงปกป้องที่แข็งแกร่ง ดังนี้

  • โครงสร้างตัวถัง GOA โครงสร้างตัวถังแบบนิรภัย ช่วยลดการบาดเจ็บของผู้ขับขี่มาสด้า บีที50 และผู้โดยสารหากเกิดอุบัติเหตุ
  • ระบบถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างแบบม่าน และถุงลมนิรภัยหัวเข่าฝั่งคนขับ
  • ระบบเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ ช่วยรั้งตัวผู้ขับขี่มาสด้า บีที50 และผู้โดยสารให้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้องเหล่านี้จะช่วยปกป้องผู้ขับขี่ มาสด้า บีที50 และผู้โดยสารให้ปลอดภัยหากเกิดอุบัติเหตุ

ข้อมูลอื่นๆของ มาสด้า bt50

Mazda BT50 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2 ขนาด ได้แก่

  1. เครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที ALL-NEW MAZDA BT50 มีแรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
  2. เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที ALL-NEW MAZDA BT50 มีแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

มาสด้า bt50 มีให้เลือก 8 รุ่นย่อย ดังนี้

  • Mazda BT50 2024 ดับเบิ้ล แค็ป (ปิกอัพ 4 ประตู)
    • 1.9 C ราคา 771,000 บาท
    • 1.9 S ราคา 847,000 บาท
    • 1.9 S Hi-Racer ราคา 891,000 บาท
    • 1.9 S Hi-Racer 6AT ราคา 936,000 บาท
    • 1.9 SP Hi-Racer ราคา 1,012,000 บาท
    • 1.9 SP Hi-Racer 6AT ราคา 1,070,000 บาท
  • Mazda BT50 2024 ฟรีสไตล์ แค็ป (ปิกอัพ 2 ประตู มีแค็ป)
    • 1.9 S Hi-Racer ออกรถ 771,000 บาท
    • 1.9 S Hi-Racer 6AT ออกรถ 836,000 บาท
  • Mazda BT50 2024 สแตนดาร์ด แค็ป (ปิกอัพ 2 ประตู)
    • 1.9 C ยอดจัด 553,000 บาท

Mazda BT50 มาพร้อมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Categories
บทความทั่วไป

จอยพวงมาลัย มือสอง ตัวช่วยแสนประหยัด แต่ยังมันได้เหมือนเดิม

จอยพวงมาลัย มือสอง

สำหรับใครที่เป็นสายเกมเมอร์ก็คงจะรู้ดีว่า อุปกรณ์เสริมเกมนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูง ยิ่งเป็นยี่ห้อชั้นนำก็จะยิ่งมีราคาที่สูงตั้งแต่หลักพันจนไปถึงหลักหมื่น โดยเฉพาะอุปกรณ์เสริมเกมแข่งรถอย่างจอยพวงมาลัย ดังนั้น จอยพวงมาลัย มือสอง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่นอกจากจะช่วยให้คุณประหยัดงบแล้ว ยังช่วยทำให้คุณได้ประสบการณ์สุดมันกับเกมแข่งรถเกมโปรดของคุณได้อีกด้วย

แนะนำจอยพวงมาลัยมือสอหงที่น่าใช้ที่สุดในปี 2024

หากเพื่อน ๆ อยากได้ จอยพวงมาลัย มือสอง แต่ยังไม่มั่นใจว่าจอยรุ่นไหนน่าเลือก หรือน่าใช้สำหรับในช่วงปี 2024 นี้ เพราะถ้าหากเป็น จอยพวงมาลัย ที่เก่าเกินไปก็อาจจะทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับซอฟแวร์ที่อาจจะมีความจำกัดมากจนเกินไป ทำให้ใช้ไม่เท่าไหร่ก็อาจจะต้องเปลี่ยนจอยอันใหม่แล้วทำให้ยังไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปเลย ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมจอยพวงมาลัยมือสองที่น่าใช้มาแนะนำแล้ว

จอยพวงมาลัย มือสอง

Logitech G923 จอยพวงมาลัยที่รองรับทุกอุปกรณ์

Logitech G923 เป็นจอยพวงมาลัยที่เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปี 2020 และถือว่าเป็นอีกหนึ่งจอยที่ได้รับความนิยม เพราะราคามือหนึ่งอยู่ที่หลักหมื่นต้น ๆ แต่ได้มาครบชุด อีกทั้งยังรองรับหลายอุปกรณ์ หลายเกม ดังนั้นจึงเป็นจอยที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

  • รองรับ Xbox, PlayStation4/5 และ PC
  • มีเซ็นเซอร์บังคับเลี้ยวแบบฮอลล์เอฟเฟกต์
  • ตอบโจทย์ทั้งสายดริฟต์และเซอร์กิต
  • หมุนได้ 900 องศา
  • ในกล่องให้อุปกรณ์มาครบทั้ง พวงมาลัย แป้นเหยียบ อะแดปเตอร์ไฟฟ้า และคู่มือ
  • ราคามือหนึ่ง $279.99
จอยพวงมาลัย มือสอง

Logitech G29 จอยพวงมาลัย PlayStation มือสองราคาหลักพัน

Logitech G29 เป็นจอยที่เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2015 แต่ปัจจุบันก็ยังถือว่าเป็นจอยที่ได้รับความนิยมให้หมู่คนเล่น PlayStation และ PC อยู่พอสมควร เพราะทั้งราคามือหนึ่งและมือสองก็ไม่แรงจนเกินไปแต่ยังได้จอยเกมที่มีสเปคดีเยี่ยม และถ้าเทียบกับ Logitech รุ่นนี้ก็น่าสนใจมากกว่าอยู่พอสมควร

  • รองรับ PlayStation 3, 4 และ 5 และ Windows 7, Windows 8, Windows 8.1, Windows 10 และWindows 11
  • มีเซ็นเซอร์บังคับเลี้ยวแบบฮอลล์เอฟเฟกต์
  • มอเตอร์คู่ Dual-motor force feedback
  • หมุนได้ 900 องศา
  • ในกล่องให้อุปกรณ์มาครบทั้ง พวงมาลัย แป้นเหยียบ อะแดปเตอร์ไฟฟ้า และคู่มือ
  • ราคามือหนึ่ง $229.99

Thrustmaster T248 ราคามือสองสุดคุ้ม

สำหรับใครที่เป็นตัวจริงสาย จอยพวงมาลัย ก็จะรู้ดีว่าจอยจากแบรนด์ Thrustmaster ส่วนใหญ่จะมีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้าจะให้พูดถึงจอยที่คุ้มค้าสุด ๆ ของแบรนด์ต้องขอยกให้ Thrustmaster T248 เพราะนอกจากราคาไม่แรงเกินไปแล้ว ยังรองรับหลายอุปกรณ์อีกด้วย แถมยังพึ่งเปิดตัวมาเมื่อช่วงปี 2021 ที่ผ่านมานี้เองเรียกได้ว่าเป็นจอยเกมที่ใหม่พอสมควร

  • รองรับ PlayStation 5, PlayStation 4 และ PC
  • มีจอแสดงผลมากกว่า 20 แบบ
  • Force Feedback 3 ประเภท
  • ระบบขับเคลื่อนไฮบริด NEXT-GEN
  • แป้นเปลี่ยนเกียร์แม่เหล็ก
  • ชุดแป้นเหยียบแม่เหล็ก (คันเร่ง, เบรก และ คลัชท์)
  • ราคามือหนึ่งประมาณ 15,990 บาท

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่รู้สึกว่า จอยพวงมาลัย มือสอง อาจจะยังไม่ใช่คำตอบ และอยากได้ จอยพวงมาลัย มือหนึ่งมาไว้ใช้งานแบบยาว ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกจอยแบบไหนดี อันดับแรกเราอยากให้ตั้งงบประมาณไว้ก่อน ว่าในงบประมาณดังกล่าวนั้นจะซื้อเฉพาะจอย หรือจะซื้อเกียร์ด้วย เพราะจอยบางรุ่นเช่น Logitech G29, Thrustmaster T248 หรือ Logitech G923 ที่เราพาไปรู้จักในวันนี้จะเป็นราคาที่ยังไม่รวมชุดเกียร์ ดังนั้นการตั้งงบและค่อยเช็กราคาของสินค้าก็จะทำให้สโคปสินค้าที่ตอบโจทย์เราลงมาได้อีก

จากนั้นให้ดูว่ามีจอยรุ่นไหนที่รองรับอุปกรณ์ของเราบาง เพราะบางรุ่นจะเป็น จอยพวงมาลัย PC เท่านั้น ก็จะทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ สุดท้ายคือดูว่า จอยตอบโจทย์การใช้งานไหม เช่นใครที่เป็นสาย Simulator ก็อาจจะต้องใช้จอยที่มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์เกมประเภทนั้น ๆ โดยเฉพาะ หรือใครที่เป็นสายดริฟต์ก็อย่าหลงไปซื้อจอย F1 เด็ดขาด เพราะมันจะทำให้คุณดริฟต์ไม่มันอย่างแน่นอน

อ่านบทความอื่น ๆ >> BMW XM รถยนต์ SUV พันธุ์ดุ คันใหญ่ ผสานสองขุมพลัง

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ17 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023