สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อรถ ต้องทำอย่างไรบ้าง
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อรถ

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อรถ ต้องทำอย่างไรบ้าง

               การซื้อรถนั้นต้องคำนึงถึงหลายสิ่งหลายอย่าง เพราะรถนั้นถือว่าเป็นสินทรัพย์เสื่อมราคา หากซื้อมาแล้วนั้นมันยังไม่จบอยู่แค่นั้น เพราะหลังจากซื้อรถเสร็จก็ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกที่จะตามมา ดังนั้นก่อนที่จะซื้อรถคันหนึ่งเราต้องคำนึงดูให้ดี ๆ ก่อนว่าซื้อมาแล้วจะคุ้มไหม แต่หลายคนคงยังไม่รู้ว่าก่อนซื้อรถนั้นจะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ดังนั้นวันนี้เรามีคำแนะนำให้คุณเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อรถ จะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

 1.ดูงบประมาณและทำความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ย/เงินดาวน์

               เราต้องดูก่อนว่าเรามีงบประมาณเพียงพอที่จะซื้อรถคันนั้นแล้วหรือยัง ซึ่งจะมีวิธีการซื้อแบบเงินสด และเงินผ่อน ซึ่งถ้าเราผ่อนก็คือเราต้องดาวน์ เงินดาวน์นั้นก็คือเงินก้อนแรกที่ผู้ซื้อจะต้องจ่ายก่อนผ่อนนั่นเอง สมมติเราจะซื้อรถ 400,000 บาท ก็สามารถเลือกดาวน์ได้ โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาเต็ม อย่างเช่น 15% ของ 400,000 บาท ถ้าเกิดว่าเราดาวน์เยอะดอกเบี้ยก็จะถูกตามด้วย ดังนั้นเราก็ควรจะคำนวณเงินในส่วนนี้ให้ดีก่อน ว่าเรามีความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือนมากแค่ไหน ต้องศึกษารายละเอียดเพราะเรื่องเงินนั้นสำคัญมาก ๆ

2.เลือกประเภทรถให้เหมาะกับการใช้งาน

               การเลือกประเภทรถนั้นก็สำคัญมากเช่นเดียวกัน เพราะเราจะต้องซื้อรถที่เหมาะกับการใช้งาน สมมติถ้าต้องการที่จะใช้ในการขนของ รถที่เหมาะก็จะเป็นรถกระบะ แต่ถ้าไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องขนของ เพียงแค่อยากมีรถไว้เดินทางไปที่ทำงานก็เลือกรถเก๋งธรรมดาก็ได้ และที่สำคัญต้องเลือกประเภทของรถที่ตอบโจทย์กับเราด้วย เพราะฉะนั้นควรพิจารณาให้ดีก่อนเลือกรถ

 3.ขนาดของเครื่องยนต์

               ขนาดของเครื่องยนต์นั้นจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ารถคันนั้นตอบโจทย์เรามากแค่ไหน โดยเราต้องเลือกรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม ซึ่งถ้าพลังของเครื่องยนต์เยอะ มันก็จะแรงกว่า แต่ก็เปลืองกว่า แต่ถ้าพลังของเครื่องยนต์น้อย ก็จะช่วยให้ประหยัดมากขึ้นนั่นเอง ถ้าเกิดว่าเราขับขี่ในเมืองก็เลือกเครื่องยนต์แบบ 1,200-1,800 CC ก็เพียงพอแล้ว หรือถ้าขับในระยะทางที่ไกลและต้องการที่จะเร่งเครื่องก็จะเหมาะกับ 2,000 CC ขึ้นไป และแน่นอนมันก็จะทำให้เปลืองน้ำมันตามไปด้วย แต่ถ้าเกิดว่าเป็นคนรักษ์โลกก็สามารถเลือกเป็นอีโคคาร์ก็ได้ เพราะรถยนต์ประเภทนี้จะช่วยประหยัดพลังงาน และในส่วนของน้ำมันนั้นก็จะมีแบบเบนซิน และดีเซล เบนซินนั้นจะทำให้ขับสนุก จะมีทั้งเบนซิน 95, 91 แก๊สโซฮอล์ E20, E85 ซึ่งแก๊สโซฮอล์จะมีข้อดีตรงที่มันมีราคาที่ถูกกว่าเบนซิน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็จะทำให้หมดเร็วกว่า ในส่วนของดีเซลนั้นจะใช้กับพวกรถที่มีขนาดใหญ่ เช่น รถกระบะ หรือรถที่ต้องใช้แรงสูงนั่นเอง

 4.เลือกแบรนด์รถให้เหมาะสม

               การเลือกแบรนด์รถนั้นก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญและไม่ควรที่จะมองข้าม เพราะความชอบและความเหมาะสมนั้นก็มีผลเช่นกัน โดยเราควรเลือกแบรนด์ที่เหมาะกับตัวเรา จะช่วยให้ตอบโจทย์ในไลฟ์สไตล์และการใช้งานมากขึ้น ซึ่งแบรนด์รถหลัก ๆ ก็จะมีแบรนด์ของญี่ปุ่นและยุโรป แบรนด์ของญี่ปุ่น เช่น HONDA, TOYOTA, MAZDA, SUZUKI เป็นต้น ซึ่งรถแบรนด์ของญี่ปุ่นจะมีราคาถูกกว่าแบรนด์ของยุโรป ด้วยอะไหล่ของรถที่หาง่ายและมีราคาไม่แพงมาก ศูนย์บริการก็จะมีเยอะกว่า ในส่วนของแบรนด์ยุโรป เช่น VOLVO, MERCEDES BENZ, BMW, FORD, AUDI เป็นต้น ซึ่งข้อดีก็คือตัวถังจะมีความแข็งแรงกว่า แต่ข้อเสียก็คือตัวเครื่องจะมีราคาที่แพง ซึ่งจะส่งผลให้ทุกอย่างแพงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นอะไหล่ ประกัน ฯ ค่าซ่อมต่าง ๆ ดังนั้นควรจะต้องคิดดี ๆ ถ้าจะเลือกซื้อรถ

5.ศึกษาการบริการหลังการขาย

               รถนั้นจะอยู่กับเราเป็นเวลานาน เพราะหลังจากที่เราซื้อรถไปแล้วก็จะต้องมีการซ่อมบำรุงรักษา และต้องพิจารณาให้ดีว่ามีศูนย์บริการเยอะไหม ยกตัวอย่างในกรณีที่เราชอบแบรนด์รถแบรนด์หนึ่งมาก ๆ แต่ถ้าลอง RESEARCH ดูแล้วว่ามีศูนย์บริการน้อย มันก็จะเป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร เพราะถ้าเกิดว่ารถของเราจำเป็นที่จะต้องเข้าศูนย์ เราก็ต้องไปในศูนย์บริการที่มันสะดวกต่อการเดินทาง และอยู่ไม่ไกล ถ้าหากว่ารถแบรนด์นั้นมีศูนย์บริการเยอะก็จะทำให้เราสบายใจและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และการบริการนั้นซ่อมดีมากแค่ไหน ใช้ระยะเวลาซ่อมเร็วหรือช้า เราก็ต้องคำนึงถึงสิ่งนี้ด้วย ดังนั้นเราควรศึกษาให้ดีก่อน

 6.OPTION เสริม และส่วนต่าง ๆ

               รถแต่ละคันนั้นจะมีให้เลือก OPTION การทำงานต่าง ๆ ซึ่งแต่ละคันก็จะแตกต่างกันไป อย่างเช่นการดีไซน์ภายในตัวรถ ในส่วนของเบาะหนังนั้นจะทำความสะอาดง่ายกว่า ดูหรูหรากว่า และทนทานกว่าเบาะผ้า แต่ในขณะเดียวกันเบาะผ้าก็จะมีราคาที่ถูกกว่า แต่ทำความสะอาดยากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ควรจะไปลองขับ ลองนั่งภายในรถดูก่อนว่า OPTION เสริมต่าง ๆ นั้นตอบโจทย์เรามากแค่ไหน เพราะสิ่งที่เราคิดไว้อาจจะไม่เหมือนกับความเป็นจริงก็ได้ ดังนั้นควรไปลองขับก่อนที่จะซื้อ

 7.เตรียมตัวเรื่องงบงอกหลังออกรถ

                การซื้อรถนั้นมันไม่ได้จบแค่ค่ารถ ค่าผ่อนรถ หรือค่าดอกเบี้ยรถ โดยจะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกที่จะตามมา อย่างเช่น ค่าเปลี่ยนยาง ค่าน้ำมันรถ ค่าน้ำมันเครื่อง ค่าติดฟิล์ม ค่าซ่อมบำรุง ค่าประกันรถ และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นควรที่จะเตรียมงบงอกเอาไว้ เพราะมันไม่ได้จบอยู่แค่นั้น และถ้าเรายังไม่พร้อมจริง ๆ ก็ไม่ควรที่จะลงทุน ควรนำเงินนั้นไปลงทุนกับอย่างอื่นก่อน เพื่อให้เรามีเงินสดเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็พิจารณาทั้ง 7 ข้อดูเลยว่าเราจะไหวหรือเปล่า